วันจันทร์ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2555

การวัดขนาดแหวนด้วยตนเอง

สำหรับผู้ที่อยากจะวัดขนาดแหวนด้วยตัวเองนะครับ Mr.Diamond ของนำเสนอวิธีการวัดจากเส้นรอบวงของนิ้วซึ่งเป็นวิธีที่สามารถวัดด้วยตนเองและมีความแม่นยำ 

1. ตัดกระดาษเป็นแถบยาว ความกว้างไม่เกิน 0.5 เซนติเมตร

2. พันแถบกระดาษรอบโคนนิ้วมือที่ต้องการสวมแหวน (ตำแหน่งสำคัญมาก) โดยพันให้รอบนิ้วมือพอดี ไม่รัดแน่นจนกดนิ้วมือจมลงไป
ข้อควรระวัง  สำหรับผู้ที่มีข้อนิ้วใหญ่ ควรวัดขนาดโดยการพันแถบกระดาษบริเวณข้อนิ้วแทนการพัน
บริเวณโคนนิ้ว
3. พันแถบกระดาษดังรูปเพื่อทำการวัดเส้นรอบวงของนิ้ว โดยกระดาษต้องไม่รัดแน่นจนเกินไปจากนั้นใช้ปากกาทำสัญลักษณ์บนกระดาษเพื่อแสดงตำแหน่งของเส้นรอบวง ทำซักสองสามครั้งเพื่อความมั่นใจ
ข้อควรระวัง  ควรมีคนช่วยในการวัดขนาดเพื่อความถนัดในการขีดเส้น

4. ใช้ไม้บรรทัดวัดความยาวจากปลายกระดาษถึงบริเวณสัญลักษณ์ที่ทำไว้เพื่อหาเส้นรอบวงของนิ้วมือ โดยใช้หน่วยเป็นมิลลิเมตร

5. นำขนาดเส้นรอบวงที่ได้มาลบด้วย 6 มิลลิเมตรก็จะได้ขนาดแหวนที่ต้องการ เช่น วัดเส้นรอบวงนิ้วมือได้ 64 มิลลิเมตร เมื่อนำมาลบด้วย 6 มิลลิเมตรก็จะได้ขนาดแหวนเป็นขนาด 58 หรือสามารถเทียบหาขนาดแหวนตามตาราด้านล่าง

 ที่มา diamondgems.tarad.com
เส้นรอบวง
(มม.)
ขนาดแหวน
53
 47
54
 48
55
 49
56
 50
57
 51
58
 52
59
 53
60
 54
61
 55
62
 56
63
 57
64
 58
65
 59
66
 60

คุณค่าของเพชร Diamond 4C

หลายท่านอาจสงสัยว่า ราคาและคุณค่าของเพชรขึ้นอยู่กับอะไรบ้าง?

วันนี้ Mr.Diamond จะมาเฉลย

น้ำหนัก Carat weight
เพชรนั้นมีหน่วยวัดน้ำหนักเป็น กะรัต (Carats) ซึ่งหนักประมาณ 0.2 กรัม แต่ท่านผู้อ่านอย่าสับสนกับ Karat ซึ่งเป็นหน่วยวัดความบริสุทธิ์ของทองคำ 1 Carat นั้นก็คล้ายกับ 1 บาท ที่มี 100 สตางค์ (Point) เช่นเพชรหนัก 1.08 Carat ก็เท่ากับ เพชรหนัก 1 การัต  กับอีก 8 สตางค์ หลายคนคงเคยได้ยินเพชร 50 สตางค์ ซึ่งก็คือ 0.50 Carat ในแง่ของราคายิ่งน้ำหนักมากยิ่งมี่ราคาสูง
หลายคนคงสงสัยว่าอะไรคือจุดเริ่มต้นของ Carat
จุดเริ่มต้นนั้นมาจาก เมล็ด Carob เนื่องจาก  เมล็ด Carob มีน้ำหนักใกล้เคียงกันมากนักค้าอัญมณีเริ่มแรกจึงใช้เมล็ด Carobในการถ่วงน้ำหนักตาชั่ง ชึ่งในปัจจุบัน Carat เป็นหน่วยน้ำหนักสำหรับการค้าอัญมณีที่เป็นที่ยอมรับกันทั่วโลก
สี Color
เพชรในท้องตลาดมีตั้งแต่ขาวหรือไม่มีสีไปจนถึงขาวอมเหลืองหรือน้ำตาลซึ่งเรามักจะเรียกกันว่าเพชรเหลือง

การจำแนกระดับสีในทองตลาดซึ่งที่นิยมใช้คือหน่วยของ GIA’s color-grading scaleโดยเริ่มจาก D จนถึง Z โดย D คือขาวที่สุดซึ่งมีราคาแพงมากผู้ชื้อควรระวังถ้าชื้อเพชร D color ต้องขอใบรับรองจากสถาบันที่ได้รับการยอมรับเท่านั้น (GIA, HRD) เพชรที่เรียกว่าขาวและเป็นที่นิยมนั้นสีจะอยู่ประมาณ G,H color โดยการเทียบสีนั้นจะทำภายใต้สภาพแสงไฟที่มีค่าแน่นอน
ความแตกต่างของสีนั้นใน grade สี ที่อยู่ติดกันนั้นเล็กน้อยมากสำหรับคนทั่วไปซึ่งไม่ได้ฝึกฝนมานั้นจะไม่เห็น ความแตกต่าง แต่ว่าที่แตกต่างกันเล็กน้อยนั้นคือสีนะครับแต่ราคานะต่างกันมากทีเดียว เพราะฉะนั้นสีก็เป็นอีกปัจจัยที่มีผลต่อราคามาก
ความสะอาด Clarity


เพชร ในธรรมชาตินั้นมักมีตำหนิเสมอเนื่องจากเพชรนั้นกำเนิดภายใต้แรงกดดันสูงจึง มักมีผลึกแปลกปลอมแทรกอยู่ในเนื้อเพชร เพชรที่ไร้ตำหนินั้นหายากมากซึ่งก็ส่งผลให้ราคาสูงไปด้วย การจัดลำดับความสะอาดนั้นนักอัญมณีศาสตร์จะตรวจภายใต้กล้องที่มีกำลังขยาย 10 เท่า
การจัดลำดับนั้นในระบบของ GIA จะมีทั้งหมด 11 ระดับ
(Flawless) ไร้ตำหนิ คือนักอัญมณีศาสตร์ไม่สามารถมองเห็นตำหนิทั้งภายนอกและภายในเนื้อเพชรภายใต้กล้องที่มีกำลังขยาย 10 เท่า
Internally Flawless (IF) คือนักอัญมณีศาสตร์ไม่สามารถมองเห็นตำหนิภายในเนื้อภายใต้กล้องที่มีกำลังขยาย 10 เท่า
Very, Very Slightly Included (VVS1 and VVS2) นักอัญมณีศาสตร์สามารถมองเห็นตำหนิได้แต่มีความยากมากและใช้เวลาภายใต้กล้องที่มีกำลังขยาย 10 เท่า
Very Slightly Included (VS1 and VS2) นักอัญมณีศาสตร์สามารถมองเห็นตำหนิได้แต่ถือว่าเล็กน้อยเท่านั้นภายใต้กล้องที่มีกำลังขยาย 10 เท่า
Slightly Included (SI1 and SI2) นักอัญมณีศาสตร์สามารถมองเห็นตำหนิง่ายภายใต้กล้องที่มีกำลังขยาย 10 เท่า
Included (I1, I2, and I3) นักอัญมณีศาสตร์สามารถมองเห็นตำหนิง่ายภายใต้กล้องที่มีกำลังขยาย 10 เท่ารวมทั้งตำหนินั้นมีผลต่อความแวววาวของเพชร
การเจียระไน (CUT)
การเจียระไนนั้นมีผลต่อความแวววาวเป็นประกายของเพชรมากซึ่งเป็นเสน่ห์ที่สำคัญของเพชร ในทางเทคนิคเราแบ่งได้เป็น 3 คุณลักษณะคือ brilliance (ปริมาณแสงที่สะท้อนออกจากเพชร), fire (การกระเจิงแสงขาวออกเป็นสีรุ้ง),และ scintillation (ความเป็นประกายเมื่อมีการขยับ)
การเจียระไนแบ่งเป็นหลายรูปทรง โดยเหลื่ยมกลมเกสรเป็นที่นิยมมากที่สุด ส่วนรูปร่างอื่นเราเรียกว่าเหลี่ยมแฟนซี เช่นรูปหัวใจ รูปหยดน้ำ แต่การเจียระไนที่จะกล่าวถึงนี้ขึ้นอยู่กับ สัดส่วน ความสมมาตรและการขัดเงา ก่อนที่เราจะเข้าใจสัดส่วนเรามาดูส่วนประกอบหลักของเพชรกันดีกว่า


ถ้าเรามองเพชรจากด้ายข้างเริ่มจากด้านบนสุดคือ Table ส่วนต่อมาเรียกว่า Crown ต่อมาคือ Pavilion และสุดทางคือ Culet
โดยสัดส่วนของเพชรขึ้นอยู่  table width, crown height and pavilion depth เป็นหลัก
คุณรู้หรือไม่ว่า Pavilion depth นั้นมีผลต่อเพชรอย่างไร
การเจียรไนที่ดีนั้นความลึกของ Pavilion ต้องเหมาะสมถ้า Pavilion นั้นลึกหรือตื้นเกินไปจะทำให้แสงทะลุออกด้านข้างแทนที่จะสะท้อนกลับเข้าตาเรา
ที่มา diamondgems.tarad.com